PPP

PPPs FAQs



คำถาม-คำตอบ

คำถาม: โครงการที่จะนำเสนอผ่านกฎหมาย PPPจะมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการที่สั้นกว่า
การดำเนินการตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ อย่างไร

คำตอบ:หลักการสำคัญของการจัดทำโครงการคือ การลดขั้นตอนการดำเนินการโดยมิให้มีการกระทบต่อความโปร่งใสและความชัดเจนของกรอบวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ กฎหมาย PPPจึงได้กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายฯ ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการระดับชาติที่เชื่อมโยงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐทั้งระบบเข้าด้วยกัน โดยหน่วยงานเจ้าของโครงการที่เสนอโครงการที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ จะสามารถดำเนินโครงการภายใต้กระบวนการที่กระชับ และมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน ซึ่งเบื้องต้น สคร. พิจารณาว่า โครงการที่จะ
เกิดขึ้นภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฯ จะใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต้นศึกษาจนถึงเริ่มดำเนินโครงการจะอาศัยเวลาไม่เกินกว่า ๗ –๘ เดือน
ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการดำเนินโครงการตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ เดิมที่มีความล่าช้าตั้งแต่ในขั้นตอนการพิจารณาซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๓ ปี กว่าจะได้เริ่มต้นโครงการ ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวส่งผลเสียต่อความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทำให้ภาครัฐไม่ได้รับการลงทุนที่มีความทันสมัย และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจของโลก

คำถาม:มีโครงการอะไรบ้างที่เตรียมจะดำเนินการตามกฎหมาย PPP

คำตอบ: เป้าหมายเบื้องต้นที่ สคร. ได้วางกรอบการพิจารณาเอาไว้ จะมีโครงการที่อยู่ในแผนการดำเนินการตามกฎหมาย PPPที่ครอบคลุมทั้งโครงการที่เป็นเชิงเศรษฐกิจซึ่งประกอบไปด้วยโครงการในสาขาขนส่ง เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าสีต่างๆ การพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบัง การก่อสร้างทางพิเศษ เป็นต้น ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในกรอบแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ๒.๒๗ ล้านล้านบาท นอกจากนี้ โครงการที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้สังคมดำเนินไปด้วยความผาสุกซึ่งเป็นโครงการเชิงสังคมที่จำเป็นจะต้องให้การสนับสนุนเป็นหลักด้วย คือ โครงการในสาขาของสาธารณสุข เช่น การก่อสร้างโรงพยาบาล การจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ปัจจุบันอยู่ในความขาดแคลนของประเทศเช่น เครื่อง MRI ประกอบกับโครงการในสาขาการศึกษาที่จำเป็น เช่น การก่อสร้างโรงเรียนให้มีความครอบคลุมทั่วถึงทั้งประเทศ ซึ่งต้นแบบทางความคิดของโครงการเชิงสังคมดังกล่าวก็เกิดขึ้นจริงในประเทศเกาหลีที่มีการให้เอกชนร่วมลงทุนในการก่อสร้างโรงเรียนโดยภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ควบคุมมาตรฐานทางด้านการศึกษา และความสะดวกปลอดภัยภายในโรงเรียนเท่านั้น การดำเนินการตามกฎหมาย PPP จึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากและจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญในการดำเนินการต่อไป

คำถาม:เอกชนจะมีส่วนร่วมในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ๒ ล้านล้านบาท อย่างไรบ้าง

คำตอบ: เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้ PPP ภาคเอกชนต้องการผลตอบแทนที่เหมาะสมและยอมรับได้สำหรับการลงทุนนั้นๆ เช่น ในกรณีทางด่วนศรีรัช (วงแหวนรอบนอก) ที่เอกชนต้องการผลตอบแทนที่ร้อยละ ๑๓.๕ (IRR=๑๓.๕%) และในกรณีของรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง เอกชนต้องการผลตอบแทนมากกว่าร้อยละ ๑๐ (IRR>๑๐%) ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของหน่วยงานระหว่างประเทศเช่น ADB ที่ระบุว่า
การก่อสร้างทั้งในส่วนรถไฟและถนน ผลตอบแทนของโครงการที่จะจูงใจให้เอกชนลงทุนจะต้องสูงกว่าร้อยละ ๑๒.๕ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำรายงานการศีกษาโครงการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และรูปแบบในการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคตต่อไป

คำถาม:สคร. มีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการดำเนินการตามกฎหมาย PPP อย่างไร

คำตอบ: สคร. ได้วางหลักการและแนวทางในการดำเนินการซึ่งเป็นการเตรียมการรองรับการประกาศใช้
กฎหมาย PPP ใน๔ ด้านหลัก ดังนี้

๑. การเตรียมการในการตรากฎหมายลำดับรองที่จะต้องออกตามความในพระราชบัญญัติฯ

qสคร. อยู่ระหว่างการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองที่จะต้องออกภายใน ๑๘๐ วันตามความในพระราชบัญญัติฯ ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำกฎหมายลำดับรองจำนวน ๖ ฉบับที่จำเป็นในช่วงแรกก่อนเพื่อให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้ สำหรับกฎหมายลำดับรองที่เหลืออีก ๑๐ ฉบับ สคร. อยู่ระหว่างการยกร่างเอง และจัดหาแหล่งเงินอื่นๆ เพื่อจ้างที่ปรึกษายกร่างต่อไป

๒. การเตรียมการในส่วนของการแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และการเตรียมการในส่วนของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฯ

qสคร. อยู่ระหว่างการจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายฯ เพื่อจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ได้ทันภายในระยะเวลา ๑๒๐ วันตามที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล นอกจากนี้ สคร. ได้เวียนแจ้งกระทรวงเจ้าสังกัดทุกแห่งให้จัดส่งโครงการลงทุนที่มีมูลค่าเกินกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๖๐ ให้แก่ สคร. ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๖ แล้ว และจะมีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ฯ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายฯ ต่อไป

๓. การเตรียมการในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับหน่วยงานที่อยู่ภายใต้บังคับ

qเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวจะมีผลเป็นการบังคับให้กับทุกโครงการที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนองค์การมหาชน ที่ประสงค์จะให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในกฎหมาย ซึ่งกลไกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดแนวทางการดำเนินการที่แตกต่างในรายละเอียดบางประการจากที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ จึงจำเป็นจะต้องมีการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

๔. การเตรียมการด้านโครงสร้าง บุคลากร และอัตรากำลัง ตลอดจนการปรับปรุงสถานที่

q  เนื่องจากพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้กำหนดภารกิจหน้าที่เพิ่มเติมให้กับ สคร. จากเดิมที่ทำหน้าที่ในส่วนของการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ โดยวางเป้าหมายให้ สคร. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการกำกับดูแลด้านการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และเป็นหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติซึ่งเป็นบทบาทสำคัญที่เพิ่มเติมขึ้นจากเดิมเป็นอันมาก ในการนี้ สคร. จึงอยู่ระหว่างการเตรียมการด้านโครงสร้าง บุคลากร และอัตรากำลัง โดยในเบื้องต้นได้จัดตั้งสำนักส่งเสริมการร่วมงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนขึ้นเพื่อเตรียมการรองรับในเบื้องต้นก่อน และได้วางแผนที่จะสรรหาบุคลากรที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนและการวิเคราะห์โครงการ  เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนภารกิจของ สคร. ในด้านดังกล่าว

q  ในส่วนของการจัดเตรียมสถานที่ สคร. พิจารณาเห็นว่า เนื่องจาก ภารกิจด้านการให้เอกชนร่วมลงทุน
ในกิจการของรัฐ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานของรัฐ และนักลงทุนจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ดังนั้น การมีสถานที่ที่เหมาะสมกับภารกิจงานจึงเป็นสาระสำคัญที่เป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบให้กับ สคร. ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นหน่วยงานกลางของประเทศที่ดำเนินการรองรับในเรื่องดังกล่าว สคร. จึงได้กำหนดให้มีการปรับปรุงสถานที่ปัจจุบันของ สคร. (อาคาร ๓ กรมบัญชีกลาง ชั้น ๗ และชั้น ๖) เพื่อรองรับการปฏิบัติงานดังกล่าว

---------------------------------------