ความเห็นฉบับย่อ

ดูความเห็นฉบับเต็ม

การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟ

บันทึก เรื่อง การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟ -  คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) - เรื่องเสร็จที่ 524/2550

มาตรา 5 นิยาม กิจการของรัฐ โครงการ ·ร่วมงานหรือดำเนินการพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535

มาตรา 9 (2) พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2535

 

แนวทางคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟ มีแนวทางดังนี้

1) การให้เอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง เพื่อเดินขบวนรถขนส่งสินค้าของเอกชนเองบนรางซึ่งเป็นทรัพย์สินของ รฟท. โดยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ รฟท. เป็นการดำเนินการของเอกชนที่มีวัตถุประสงค์หลักในการขนส่งสินค้าของตนเอง โดย รฟท. เป็นผู้รับจ้างเดินรถเท่านั้น หากเอกชนไม่มีรายได้ใดๆ จากการขนส่งสินค้าทางรถไฟจากผู้อื่นด้วยแล้ว ย่อมไม่มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนในกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่าง รฟท. กับเอกชน และไม่ถือว่าเป็น การร่วมงานหรือดำเนินงาน ในกิจการของรัฐตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ

2) การให้เอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง แล้วมอบให้เป็นสินทรัพย์ของ รฟท. โดยทำสัญญาให้ รฟท. ใช้ประโยชน์เพื่อเดินขบวนรถขนส่งสินค้าของเอกชนบนรางรถไฟ เป็นกรณีที่เอกชนดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์หลักในการขนส่งสินค้าของตนเองทางรถไฟ โดย รฟท. เป็นผู้รับจ้างเดินรถเท่านั้น ส่วนการที่เอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง แล้วมอบให้เป็นสินทรัพย์ของ รฟท. โดย รฟท. และเอกชนทำสัญญาต่างตอบแทนระหว่างกันก็เพื่ออนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์จากรถจักรและ/หรือรถพ่วงในการขนส่งสินค้าของตนเองและเป็นการประหยัดค่าขนส่งสินค้าทางรถไฟของตนเท่านั้น หากเอกชนไม่มีรายได้ใดๆ จากการขนส่งสินค้าทางรถไฟจากผู้อื่น ย่อมไม่มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนและไม่ถือเป็น การร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ

3) การให้เอกชนเช่าที่ดินเพื่อลงทุนพัฒนาและบริหารจัดการย่านกองเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ และ/หรือการลงทุนจัดการเครื่องมือ เครื่องใช้และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบนพื้นที่เช่า เป็นการให้สิทธิเอกชนใช้ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจตามบทนิยามคำว่า กิจการของรัฐ ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ และถือเป็น การร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐอย่างหนึ่ง เพราะมีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนในธุรกิจอันเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ระหว่าง รฟท. กับเอกชน และหากการลงทุนมีวงเงินหรือทรัพย์สินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไปย่อมอยู่ในบังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ ส่วนการคิดวงเงินของโครงการนั้น ต้องคิดจากเงินลงทุนของเอกชนรวมกับมูลค่าทรัพย์สินของรัฐที่เอกชนใช้ในโครงการตามสัดส่วนในการใช้ทรัพย์สินของรัฐดังกล่าว

 



ความเห็นฉบับเต็ม

ดูความเห็นฉบับย่อ

เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เพื่อพิจารณาวันอังคารที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐

เรื่องเสร็จที่ ๕๒๔/๒๕๕๐

 

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง  การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟ

                   

 

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีหนังสือ ที่ ๑/๑๐๑๗/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า  รฟท. ดำเนินกิจการสาธารณูปโภคด้านการขนส่งสินค้าและคนโดยสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการประชาชนที่มีรายได้น้อยและขนส่งสินค้าตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและนโยบายของรัฐ ภายใต้การดำเนินการดังกล่าวนอกจากการลงทุนก่อสร้างและบำรุงรักษาเส้นทางรถไฟแล้ว รฟท. ยังต้องลงทุนจัดหารถจักรและรถพ่วงตลอดจนรับภาระค่าใช้จ่ายรวมทั้งภาระบำนาญซึ่งต้องรับผิดชอบต่อเนื่องมาจากอดีตทำให้ รฟท. มีภาระหนี้สินในปัจจุบันกว่า ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท และมีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกันมากว่า ๓๐ ปี จึงเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินและขาดแคลนเงินลงทุนในการจัดหารถจักรและรถพ่วง ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการประกอบการ เพื่อนำมาทดแทนของเดิมที่มีสภาพเก่าและชำรุดทรุดโทรม  ในการนี้จึงจำเป็นต้องเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุนจัดหารถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ยกขน ตลอดจนการลงทุนพัฒนาย่านคอนเทนเนอร์ เพื่อนำมาขนส่งสินค้าบนรางของ รฟท. ต่อไป  ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕  รฟท. จึงขอหารือในประเด็น ดังนี้

๑. กรณีเอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง เพื่อเดินขบวนรถขนส่งสินค้าบนรางซึ่งเป็นทรัพย์สินของ รฟท. โดยจ่ายค่าตอบแทนในรูปค่าใช้ทาง ค่าลากจูง ค่าจ้างบริการ เป็นต้น ให้แก่ รฟท.

๒. กรณีเอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง แล้วมอบให้เป็นสินทรัพย์ของ รฟท. โดยทำสัญญาเช่าพิเศษระหว่างกัน โดย รฟท. อนุญาตให้ใช้ประโยชน์เพื่อเดินขบวนรถขนส่งสินค้าบนรางรถไฟ

๓. จากกรณีข้อ ๑ และข้อ ๒ หากเอกชนลงทุนจัดหารถจักรและรถพ่วงเพื่อบริการขนส่งสินค้าของผู้อื่น

๔. กรณีเอกชนเช่าที่ดินเพื่อลงทุนพัฒนาและบริหารจัดการย่านกองเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (Container Yard) และ/หรือการลงทุนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบนพื้นที่เช่า

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้พิจารณาข้อหารือของ รฟท. โดยมีผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลางและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ) และผู้แทน รฟท. เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ได้ความว่า รฟท. ประสงค์จะขอหารือว่า การให้เอกชนเข้าดำเนินการตามกรณีต่อไปนี้ จะต้องอยู่ในบังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือไม่ และหากต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจะคิดวงเงินลงทุนของโครงการอย่างไร

กรณีที่หนึ่ง  การให้เอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง เพื่อเดินขบวนรถขนส่งสินค้าของเอกชนเองบนรางซึ่งเป็นทรัพย์สินของ รฟท. โดยจ่ายค่าตอบแทนในรูปค่าใช้ทาง ค่าลากจูง ค่าจ้างบริการ เป็นต้น ให้แก่ รฟท.

กรณีที่สอง  การให้เอกชนลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง แล้วมอบให้เป็นสินทรัพย์ของ รฟท. โดยทำสัญญาต่างตอบแทนระหว่างกัน โดย รฟท. อนุญาตให้ใช้ประโยชน์เพื่อเดินขบวนรถขนส่งสินค้าของเอกชนเองบนรางรถไฟ

กรณีที่สาม  การให้เอกชนดำเนินการตามกรณีที่หนึ่งและกรณีที่สอง หากเอกชนลงทุนจัดหารถจักรและรถพ่วงเพื่อบริการขนส่งสินค้าของผู้อื่น และ

กรณีที่สี่  การให้เอกชนเช่าที่ดินเพื่อลงทุนพัฒนาและบริหารจัดการย่านกองเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (Container Yard) และ/หรือการลงทุนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบนพื้นที่เช่า

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) พิจารณาแล้วเห็นว่า  โครงการที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ ต้องเป็นโครงการที่ให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ กล่าวคือ  ต้องเป็นการร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ว่าโดยวิธีใด หรือมอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใดในกิจการที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วยรวมกัน มีอำนาจหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย หรือกิจการที่จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพย์สินของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วยร่วมกัน และการลงทุนนั้นมีวงเงินหรือทรัพย์สินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไปหรือตามวงเงินหรือทรัพย์สินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา[๑]

กรณีที่หนึ่ง เห็นว่า เป็นกรณีที่เอกชนดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการขนส่งสินค้าของตนเอง โดย รฟท. จะเป็นผู้รับจ้างเดินรถให้แก่เอกชนเท่านั้น  ดังนั้น หากเอกชนไม่มีรายได้ใดๆ จากการขนส่งสินค้าทางรถไฟจากผู้อื่นด้วยแล้ว การดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟดังกล่าวก็ไม่มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนในกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่าง รฟท. กับเอกชน และไม่ถือว่าเป็น การร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐตามมาตรา ๕[๒] แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ และไม่อยู่ในบังคับต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

กรณีที่สอง เห็นว่า เป็นกรณีที่เอกชนดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการขนส่งสินค้าของตนเองโดย รฟท. จะเป็นผู้รับจ้างเดินรถให้แก่เอกชนเท่านั้น  ส่วนการที่เอกชนจะต้องลงทุนจัดหารถจักรและ/หรือรถพ่วง แล้วมอบให้เป็นสินทรัพย์ของ รฟท. โดย รฟท. และเอกชนต้องทำสัญญาต่างตอบแทนระหว่างกันนั้น ก็เพื่ออนุญาตให้เอกชนดังกล่าวใช้ประโยชน์จากรถจักรและ/หรือรถพ่วงในการขนส่งสินค้าของตนเองและเป็นการประหยัดค่าขนส่งสินค้าทางรถไฟของเอกชนด้วยเท่านั้น  ดังนั้น หากเอกชนไม่มีรายได้ใดๆ จากการขนส่งสินค้าทางรถไฟจากผู้อื่นด้วยแล้ว การดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟดังกล่าวก็ไม่มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนในกิจการขนส่งทางรถไฟระหว่าง รฟท. กับเอกชน และไม่ถือว่าเป็น การร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐตามมาตรา ๕[๓] แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ และไม่อยู่ในบังคับต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

กรณีที่สาม เห็นว่า เป็นกรณีที่มีข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะพิเศษ) ได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในบันทึก เรื่อง การให้เอกชนร่วมดำเนินการให้บริการขนส่งกับการรถไฟแห่งประเทศไทย[๔] จึงไม่ต้องวินิจฉัยในกรณีนี้อีก

กรณีที่สี่ เห็นว่า เมื่อ รฟท. มีอำนาจตามมาตรา ๙[๕] (๒) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในการให้เช่าทรัพย์สินได้ ประกอบกับการให้เอกชนเช่าที่ดินเพื่อลงทุนพัฒนาและบริหารจัดการย่านกองเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (Container Yard) และ/หรือการลงทุนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบนพื้นที่เช่า เป็นการให้สิทธิแก่เอกชนในการใช้ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของ รฟท. เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ จึงเป็นการให้สิทธิแก่เอกชนในการใช้ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจตามบทนิยามคำว่า กิจการของรัฐ ตามมาตรา ๕[๖] แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ  และเนื่องจากการให้เอกชนดำเนินการตามข้อหารือ ถือเป็น การร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐอย่างหนึ่ง เพราะมีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนในธุรกิจอันเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่าง รฟท. กับเอกชน  ดังนั้น หากการลงทุนดังกล่าวมีวงเงินหรือทรัพย์สินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไปก็ย่อมต้องอยู่ในบังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ

อนึ่ง หากต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯจะคิดวงเงินลงทุนของโครงการอย่างไร นั้น เห็นว่า การคิดวงเงินลงทุนต้องคิดจากวงเงินลงทุนทั้งในส่วนของเอกชนรวมกับมูลค่าของทรัพย์สินของรัฐที่เอกชนใช้ในโครงการตามสัดส่วนการใช้ทรัพย์สินดังกล่าวของรัฐ  ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะพิเศษ) ได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในบันทึก เรื่อง  การให้เอกชนร่วมดำเนินการให้บริการขนส่งกับการรถไฟแห่งประเทศไทย[๗]

 

 

(คุณพรทิพย์  จาละ)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สิงหาคม ๒๕๕๐



[๑] มาตรา ๕  ในพระราชบัญญัตินี้

ฯลฯ                              ฯลฯ

กิจการของรัฐ หมายความว่า  กิจการที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วยรวมกัน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ต้องทำตามกฎหมายหรือกิจการที่จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพย์สินของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วยร่วมกัน

โครงการ หมายความว่า  การลงทุนในกิจการของรัฐ และการลงทุนนั้นมีวงเงินหรือทรัพย์สินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไปหรือตามวงเงินหรือทรัพย์สินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา

·ร่วมงานหรือดำเนินการ หมายความว่า  ร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ว่าโดยวิธีใด หรือมอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด

ฯลฯ                              ฯลฯ

[๒] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๑, ข้างต้น

[๓] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๑, ข้างต้น

[๔] บันทึก เรื่อง  การให้เอกชนร่วมดำเนินการให้บริการขนส่งกับการรถไฟแห่งประเทศไทยส่งพร้อมหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร ๐๖๐๑/๑๐๘๔ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (เรื่องเสร็จที่ ๗๘๕/๒๕๔๑)

[๕] มาตรา ๙  ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจที่จะกระทำการต่างๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๖ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑) สร้าง ซื้อ จ้าง รับจ้าง จัดหา จำหน่าย แลกเปลี่ยน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม และดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้ บริการ และความสะดวกต่างๆ ของกิจการรถไฟ

(๒) ซื้อ จัดหา เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง อาศัย ให้อาศัย จำหน่าย แลกเปลี่ยน และดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ

(๓) กำหนดอัตราค่าภาระการใช้รถไฟ บริการ และความสะดวกต่างๆ ของกิจการรถไฟ และจัดระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระค่าภาระดังกล่าว

(๔) จัดระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัย การใช้รถไฟ บริการ และความสะดวกต่างๆ ของกิจการรถไฟ

(๕) กู้ยืมเงิน ให้กู้ยืมเงิน ลงทุน ร่วมลงทุน หรือออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

(๖) รับส่งเงินทางรถไฟ

(๗) รับขนส่งคนโดยสาร สินค้า พัสดุภัณฑ์ และของอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟ

(๘) ดำเนินกิจการโรงแรมและภัตตาคาร รวมตลอดถึงกิจการอื่นอันเป็นอุปกรณ์แก่กิจการโรงแรมหรือภัตตาคาร

(๙) จัดบริการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟ

(๑๐) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการรถไฟและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟ ทั้งนี้ บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดดังกล่าวจะมีคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของทุนจดทะเบียนของบริษัทนั้นไม่ได้

(๑๑) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประโยชน์แก่กิจการรถไฟ

[๖] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๑, ข้างต้น

[๗] โปรดดูเชิงอรรถที่ ๔, ข้างต้น